ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ลงพื้นที่เร่งติดตามปัญหาเด็กไร้อาคารเรียนในจังหวัดพิจิตร ต้องใช้ล้ง - วัดแทนระหว่างรองบก่อสร้าง
.
วันที่ 4 สิงหาคม 2569 นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วยหม่อมหลวงปุณฑริก สมิติ ที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายสิริน ชาวเพ็ชรดี เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นางนวรัตน์ สถาพรนานนท์ ผู้อำนวยการสำนักสอบสวน 3 และคณะ รุดลงพื้นที่ตรวจสอบโรงเรียนบ้านตลุกหิน ตำบลวังทับไทร อำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร เร่งคลี่คลายปัญหาเด็กไร้อาคารเรียน ต้องระเห็จไปใช้ล้งผลไม้ - ศาลาวัด ทำการเรียนการสอน หลังอาคารเก่ากว่า 50 ปี ทรุดโทรมหนัก ไร้งบประมาณสร้างใหม่ โดยมีนางสาวธนียา นัยพินิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร นายธนิต ภูมิถาวร รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร นายรณรงค์ สิทธิเขตกรณ์ ปลัดจังหวัดพิจิตร นางภคมน กัมพูธนี ท้องถิ่นจังหวัดพิจิตร นายณัฐวรรธน์ อักษรกาญจน์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดพิจิตร นายวิวัฒน์ ผลประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิจิตรเขต 1 และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมหารือ ณ ศาลาการเปรียญวัดตลุกหิน ต.วังทับไทร อ.สากเหล็ก จ.พิจิตร
.
โอกาสนี้ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ติดตามข่าวสารผ่านสื่อมวลชนจนได้รับทราบถึงความเดือดร้อนของนักเรียนโรงเรียนบ้านตลุกหินจำนวน 41 คน ที่ต้องใช้ล้งมะม่วงเป็นสถานที่จัดการเรียนการสอน เนื่องจากไม่มีอาคารเรียนที่สามารถใช้งานได้ ซึ่งจากการแสวงหาข้อเท็จจริงเบื้องต้นพบว่า อาคารเรียนหลักหลังเก่านั้นเป็นอาคารไม้ผสมปูน 2 ชั้น อายุกว่า 50 ปี มีสภาพชำรุดทรุดโทรมอย่างรุนแรง จนวิศวกรประเมินว่าไม่สามารถใช้งานได้และต้องรื้อถอน จึงย้ายเด็กนักเรียนไปเรียนบริเวณล้งผลไม้ (ล้งมะม่วง) ซึ่งยังมิใช่ฤดูกาลเก็บเกี่ยวไปพลางก่อน ต่อมาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิจิตร เขต 1 ได้เข้าไปตรวจสถานที่ที่ทำการเรียนการสอนร่วมกับจังหวัดพิจิตรเห็นว่า บริเวณล้งผลไม้ไม่มีความปลอดภัยกับนักเรียนเนื่องจากติดกับทางเดินรถ จึงตกลงร่วมกันกับผู้ปกครองนักเรียนให้ย้ายไปเรียนที่ศาลาการเปรียญของวัดพระธาตุตลุกหิน ซึ่งมีความเหมาะสมกว่าในระหว่างรอการจัดสรรงบประมาณเพื่อก่อสร้างอาคารเรียนทดแทน ดังนั้น จำเป็นต้องเร่งหาแนวทางบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเด็กนักเรียน เพื่อได้รับสิทธิในการศึกษาท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน
.
ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวต่อว่า ในวันนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ลงพื้นที่และประชุมหารือร่วมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง อาทิ จังหวัดพิจิตร สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิจิตร เขต 1 ท้องถิ่นจังหวัดพิจิตร สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดพิจิตร สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดพิจิตร สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิจิตร อำเภอสากเหล็ก องค์การบริหารส่วนตำบลวังทับไทร โรงเรียนบ้านตลุกหิน วัดพระธาตุตลุกหิน และผู้ปกครองนักเรียน เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหา กรอบระยะเวลาดำเนินการ ตลอดจนหาแนวทางสนับสนุนมิติอื่น ๆ ให้กับเด็กนักเรียน โดยผู้ตรวจการแผ่นดินยังได้มีข้อเสนอแนะ ดังนี้
1.กรณีอาคารเรียน
1.1 กรณีอาคารชั่วคราว
1) ควรกำหนดกรอบระยะเวลาที่ชัดเจนว่าจะดำเนินอย่างไร ภายในเวลาเท่าใด ซึ่งควรจะดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนจะมีการเปิดภาคเรียน อย่างน้อย 2 สัปดาห์ (เปิดเรียน 1 พ.ย. 69) และแจ้งให้คณะกรรมการสถานศึกษาและผู้ปกครองทราบต่อไป
2) กรณีแบบแปลนอาคารควรรับฟังความคิดเห็นจากคณะกรรมการสถานศึกษาและผู้ปกครองเพื่อการมีส่วนร่วม การใช้ประโยชน์ของอาคาร และรับทราบข้อมูลเป็นทิศทางเดียวกัน
1.2 กรณีอาคารถาวร
ขอให้ สพฐ. ดำเนินการเพื่อของบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2571 ตามขั้นตอนต่อไป ทั้งนี้ สำหรับกรณีที่จังหวัดพิจิตรขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล นั้น สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินจะติดตามเร่งรัดไปยังสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลต่อไป
2. กรณีเกี่ยวกับการเก็บรักษาเงินที่ได้จากการจำหน่ายอาคารเรียน และเงินบริจาค
ขอให้ สพป. พิจิตร เขต 1 และโรงเรียนบ้านตลุกหิน ให้ข้อมูลและรายละเอียดต่อชมรมสตรอง และคณะกรรมการสถานศึกษา เพื่อความโปร่งใส ตรวจสอบได้ต่อไป
.
ทั้งนี้ หลังจากรวบรวมข้อเท็จจริงครบถ้วนแล้ว ผู้ตรวจการแผ่นดินจะติดตามและช่วยเหลือเร่งรัดผลักดันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการจัดสรรงบประมาณก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ พร้อมแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม อันเป็นการคุ้มครองสิทธิด้านการศึกษาของเด็กและสร้างความเป็นธรรมในการเข้าถึงบริการสาธารณะขั้นพื้นฐานของรัฐอย่างเท่าเทียม
ส.ปชส.พิจิตร .. ข่าว/ภาพ
4 ส.ค. 69