ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรพิจิตร จ่ายเงินโครงการชะลอการขายข้าวเปลือก ปี 68/69 หนุนเกษตรกรมีรายได้เพิ่ม ด้านผู้ว่าฯธนียา ชวนเริ่มทำเกษตรผสมผสาน ทางรอดใหม่แทนการทำนาเชิงเดี่ยว

ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรพิจิตร จ่ายเงินโครงการชะลอการขายข้าวเปลือก ปี 68/69 หนุนเกษตรกรมีรายได้เพิ่ม ด้านผู้ว่าฯธนียา ชวนเริ่มทำเกษตรผสมผสาน ทางรอดใหม่แทนการทำนาเชิงเดี่ยว
.
วันที่ 15 มกราคม 2569 ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรพิจิตร จำกัด จัดพิธีมอบเงินค่าฝากเก็บและรักษาคุณภาพข้าวเปลือกตามโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2568/69 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวและรักษาเสถียรภาพราคาข้าวในพื้นที่ โดยมีนางสาวธนียา นัยพินิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ร่วมมอบเงินให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว ด้านนายจำรัส พรหมอยู่ ประธานกรรมการชุมนุมสหกรณ์การเกษตรพิจิตร จำกัด เปิดเผยว่า ตามที่คณะอนุกรรมการบริหารโครงการฯ ระดับจังหวัดได้อนุมัติให้ชุมนุมสหกรณ์ฯ เข้าร่วมโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2568/69 นั้น ทางชุมนุมสหกรณ์ฯ ได้ดำเนินการรับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรในช่วงระหว่างวันที่ 3 พฤศจิกายน – 9 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา มีเกษตรกรที่เข้าร่วมทั้งสิ้น 473 ราย ปริมาณข้าวเปลือกที่รับซื้อ 4,915.42 ตัน มูลค่าการรับซื้อกว่า 27.71 ล้านบาท และปริมาณข้าวที่ผ่านการปรับปรุงคุณภาพเพื่อชะลอการขาย 3,932.34 ตัน
.
สำหรับการดำเนินงานครั้งนี้ เกษตรกรได้รับเงินค่าขายข้าวเปลือกเป็นเงินสดทันทีในราคาตลาด และเมื่อชุมนุมสหกรณ์ฯ นำข้าวเข้าสู่โครงการชะลอการขาย เกษตรกรจะได้รับเงินเพิ่มเติมในส่วนของ “ค่าฝากเก็บและรักษาคุณภาพข้าวเปลือก” ในอัตราตันละ 500 บาท รวมเป็นเงินงบราชการที่จ่ายถึงมือเกษตรกรในครั้งนี้ทั้งสิ้น 1,966,170 บาท ซึ่งโครงการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้เกษตรกรไม่ต้องรีบเร่งขายข้าวในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดพร้อมกันจนราคาตกต่ำ แต่ยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการฝากเก็บข้าวไว้กับสหกรณ์ ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัดพิจิตรให้มีความเข้มแข็งต่อไป
.
 ในโอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้กล่าวเน้นย้ำกับเกษตรกรว่า แม้โครงการชะลอการขายข้าวเปลือกจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยพยุงราคาไม่ให้ตกต่ำในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดพร้อมกัน แต่ในระยะยาวเกษตรกรจำเป็นต้องมีภูมิคุ้มกันที่ดีกว่าเดิม “เราต้องยอมรับว่าการทำนาเพียงอย่างเดียวมีความเสี่ยงสูง ทั้งเรื่องสภาพอากาศและกลไกราคาโลก จึงอยากเชิญชวนพี่น้องเกษตรกรลองแบ่งพื้นที่นาส่วนหนึ่ง มาทำเกษตรแบบผสมผสานตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ปลูกพืชผักสวนครัว ไม้ผล หรือเลี้ยงสัตว์ เพื่อให้มีรายได้หมุนเวียนเข้ามาทุกวัน แทนที่จะรอรายได้จากข้าวเพียงปีละ 1-2 ครั้งเท่านั้น” โดยจังหวัดพิจิตรพร้อมให้การสนับสนุนผ่านหน่วยงานเกษตรจังหวัดและสหกรณ์ในพื้นที่ เพื่อให้ความรู้ด้านเทคนิคการทำเกษตรผสมผสานและการบริหารจัดการแหล่งน้ำในไร่นา เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรชาวพิจิตรสามารถยืนหยัดได้ด้วยขาของตนเองอย่างยั่งยืน ไม่ต้องฝากความหวังไว้กับราคาข้าวเพียงอย่างเดียว

ส.ปชส.พิจิตร .. ข่าว/ภาพ
15 ม.ค. 69


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar