<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[บทความ]]></title>
<link>https://phichit.prd.go.th/th/content/category/index/id/31</link>
<atom:link href="https://phichit.prd.go.th/th/content/category/index/id/31" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[วันพืชมงคล  ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๙]]></title>
<link>https://phichit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/502802</link>
<guid isPermaLink="false">e2e4db95fe58d9ac97be3bbbc67d0024</guid>
<pubDate>Tue, 12 May 2026 09:41:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันพืชมงคล&nbsp;<br />
๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๙<br />
พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นพระราชพิธี ๒ พิธีรวมกัน คือ พระราชพิธีพืชมงคล อันเป็นพิธีทางศาสนา และพระราชพิธีพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นพิธีซึ่งกระทำขึ้นเพื่อความป็นสิริมงคลและส่งเสริม บำรุงขวัญเกษตรกร เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการเพาะปลูก กำหนดจัดขึ้นในเดือนหกของทุกปี อันถือเป็นเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มต้นฤดูกาลแห่งการทำนา</p>
]]></description>
<enclosure url='https://phichit.prd.go.th/th/file/get/file/20260514e904593cda6749530247a70418f98dde094351.png' type='image/png' length='1436951' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[📌รายการห้องนั่งเล่า ช่วง สรรหามาเล่า ประเด็น “ลอยกระทงนี้ที่ จ.พิจิตร” นายธนิต ภูมิถาวร รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วย วัฒนธรรมจังหวัดพิจิตร และนายกองค์การบริหารส่วนตำบลดงกลาง ชวนเที่ยวงานลอยกระทง ประจำปี 2568]]></title>
<link>https://phichit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/436274</link>
<guid isPermaLink="false">bbd59da5f0dfe52924fd941a40a6f183</guid>
<pubDate>Thu, 30 Oct 2025 13:31:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>📌รายการห้องนั่งเล่า ช่วง สรรหามาเล่า ประเด็น &ldquo;ลอยกระทงนี้ที่ จ.พิจิตร&rdquo;<br />
นายธนิต ภูมิถาวร รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วย วัฒนธรรมจังหวัดพิจิตร และนายกองค์การบริหารส่วนตำบลดงกลาง ชวนเที่ยวงานลอยกระทง ประจำปี 2568<br />
https://www.facebook.com/share/v/1GUy6zwjRd/</p>
]]></description>
<enclosure url='https://phichit.prd.go.th/th/file/get/file/2025103086cbf12f435bca7a30f492ff6031d590133621.png' type='image/png' length='1742993' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[13 กรกฎาคม วันคล้ายวันประสูติ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ]]></title>
<link>https://phichit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/406141</link>
<guid isPermaLink="false">257145948f8c9d980edcca8e9bf5b31a</guid>
<pubDate>Fri, 11 Jul 2025 11:13:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>13 กรกฎาคม วันคล้ายวันประสูติพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ</p>
]]></description>
<enclosure url='https://phichit.prd.go.th/th/file/get/file/202507162363a4c5071edebba39bdd5177923c85111904.jpg' type='image/jpg' length='423585' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เตรียมความพร้อมสู่วันสูงอายุ เตรียมตัวยังไงถึงจะพร้อม]]></title>
<link>https://phichit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/63049</link>
<guid isPermaLink="false">6934fc3348ec3123342870add8a530ba</guid>
<pubDate>Wed, 15 Dec 2021 09:42:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://phichit.prd.go.th/th/file/get/file/20211215940807e86aadf9cc2891905e05e48caa094249.png' type='image/png' length='652010' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[บทความ (ตัวอย่างข้อมูล)]]></title>
<link>https://phichit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/56</link>
<guid isPermaLink="false">68cbdc89df13de418dc13c421eb0b34e</guid>
<pubDate>Sat, 27 Jun 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://phichit.prd.go.th/cms/s1/u1/Template/logo-footer.png" style="width: 277px; height: 110px;" /></p>

<p>กรมประชาสัมพันธ์เริ่มก่อตั้งเมื่อ 3 พฤษภาคม 2476 ภายหลัง การเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบ สมบูรณาญาสิทธิราช มาเป็นระบอบ ประชาธิปไตย มีรัฐธรรมนูญ เป็นกฎหมาย สูงสุด ของประเทศ โดยมีชื่อ ในระยะเริ่มแรก ว่า &quot;กองโฆษณาการ&rdquo; และได้เปลี่ยนชื่อเป็น สำนักงานโฆษณาการ&rdquo; เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2476 และได้มีการพัฒนา ผลงาน มาเป็นลำดับ โดยมี การปรับปรุง และขยาย ความรับผิดชอบ เพิ่มขึ้นทุก ๆ ระยะ ตามความ เจริญ ก้าวหน้า ทางวิชาการ สภาพของสังคม การเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ตลอดจน นโยบายของรัฐบาล ในแต่ละสมัย และเปลี่ยนชื่อมาเป็น &quot;กรมโฆษณาการ&rdquo; เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2483 หลังจากนั้น 12 ปี ได้เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;กรมประชาสัมพันธ์&rdquo; เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2495<br />
3 พฤษภาคม 2476 ตั้งเป็น &quot;กองการโฆษณา&rdquo; โดยพระราชบัญญัติ จัดตั้งกระทรวงและกรม มีฐานะเป็น กรมอิสระ ขึ้นตรงต่อคณะรัฐมนตรี<br />
9 ธันวาคม 2476 เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;สำนักงานโฆษณาการ&rdquo; มีฐานะเป็นกรม หัวหน้าสำนักงาน เทียบเท่าอธิบดี แบ่งส่วนราชการเป็น 3 กอง คือ สำนักงาน เลขานุการกรม กองเผยแพร่ความรู้ และกองหนังสือพิมพ์ โดย ทำหน้าที่ หลัก 3 ประการ คือให้ข่าว และความรู้ แก่ประชาชน เพื่อป้องกัน ความเข้าใจผิด เกี่ยวกับรัฐบาล และประเทศ โดยส่วนรวม<br />
31 มีนาคม 2481 โอนกิจการด้านช่าง และทะเบียนวิทยุ จาก กรมไปรษณีย์ โทรเลข มาขึ้นกับ สำนักงาน โฆษณาการ และมีการตั้ง โฆษณาการเขต ขึ้นเป็นเขตแรก ที่จังหวัด หนองคาย และ ที่จังหวัด พระตะบอง เป็นเขตที่สอง<br />
5 กรกฎาคม 2483 เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;กรมโฆษณาการ&rdquo;และมีการตั้ง กองการ ต่างประเทศ เพิ่มขึ้น เพื่อติดต่อ และ โฆษณาการ เผยแพร่ ข่าวสาร ต่อชาว ต่างประเทศ<br />
4 สิงหาคม 2490 โอนสำนักงาน ส่งเสริมการท่องเที่ยว จากกระทรวงคมนาคม มาขึ้นกับ กรมโฆษณาการ<br />
8 มีนาคม 2495 เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;กรมประชาสัมพันธ์&rdquo; เพื่อให้เหมาะสมกับ ภาระหน้าที่ ในฐานะ แหล่ง การเผยแพร่ นโยบาย และ ผลงาน ของรัฐบาล รวมทั้ง เผยแพร่ ข่าวสาร การเมือง ศีลธรรม วัฒนธรรม ความรู้ และ ความบันเทิง ตลอดจน เป็นสื่อกลาง สร้างความสัมพันธ์ อันดี ระหว่าง รัฐบาล กับ ประชาชนด้วย<br />
พ.ศ. 2497 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยในต่างประเทศ&rdquo; ขึ้นที่ลอนดอน และวอชิงตัน และได้จัดตั้ง กองประชา สัมพันธ์ ภาคพื้นที่ จังหวัด สุราษฎร์ธานี เป็นแห่งแรก ทำหน้าที่ เป็นหน่วยงาน สาขา ของ กรมประชาสัมพันธ์ ในภาคใต้ โดยเฉพาะ<br />
1 มกราคม 2503 โอนสำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวไปรวมกับ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งจัดตั้งขึ้นใหม่ และเพิ่มหน่วยงาน ระดับกอง คือ กองสำรวจประชามติ เพื่อสำรวจ และรับฟัง ความคิดเห็น ของประชาชน<br />
พ.ศ.2503 ได้มีการติดตั้ง &quot;กองประชาสัมพันธ์เขต&quot; ขึ้นที่จังหวัดขอนแก่น ลำปาง และสงขลา เพื่อเป็นหน่วยงานสาขาของกรมประชาสัมพันธ์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ตอนล่าง<br />
20 ตุลาคม 2504 ตั้ง &quot;โรงเรียนการประชาสัมพันธ์&quot; ขึ้นในสังกัดกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อเผยแพร่วิชาความรู้และส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับวิชาการประชาสัมพันธ์ และการติดต่อสื่อสาร<br />
พ.ศ.2513 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยขึ้นที่พนมเปญประเทศเขมร&quot; ปัจจุบันยกเลิกไปแล้ว<br />
21 สิงหาคม 2518 มีพระราชกฤษฎีกา แบ่งส่วนราชการบริหารส่วนกลาง และราชการส่วนภูมิภาค ของกรมประชาสัมพันธ์ใหม่ โดยมีหน่วย ระดับกอง 15 หน่วยงาน<br />
มิถุนายน 2521 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย&quot;<br />
1 มกราคม 2522 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยที่เจดดาห์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย<br />
17 กันยายน 2526 ตั้ง &quot;ศูนย์ประชาสัมพันธ์เขต 4 สุราษฎร์ธานี&quot; เพิ่มขึ้น 1 แห่ง<br />
7 สิงหาคม 2529 มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมประชาสัมพันธ์ ออกเป็นราชการบริหารส่วนกลาง(20หน่วยงาน)และราชการบริหารส่วนภูมิภาค (สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด)โดยเพิ่มหน่วยงานใหม่คือ กองงานคณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ,ศูนย์ประชาสัมพันธ์เขต5-8, และวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ และสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11<br />
วันที่ 26 มีนาคม 2540 มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมประชาสัมพันธ์ โดยแบ่งเป็นราชการบริหารส่วนกลาง 22 หน่วยงานและราชการบริหารส่วนภูมิภาค (สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด 75 จังหวัด)</p>
]]></description>
<enclosure url='https://phichit.prd.go.th/th/file/get/file/2020071054cafa3a6d69c189cf2df3978fbdd435161258.png' type='image/png' length='149557' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[บทความ (ตัวอย่างข้อมูล)]]></title>
<link>https://phichit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/57</link>
<guid isPermaLink="false">51b9c43a4e2fa165235f23d4e3504b16</guid>
<pubDate>Sat, 27 Jun 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://phichit.prd.go.th/cms/s1/u1/Template/logo-footer.png" style="width: 277px; height: 110px;" /></p>

<p>กรมประชาสัมพันธ์เริ่มก่อตั้งเมื่อ 3 พฤษภาคม 2476 ภายหลัง การเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบ สมบูรณาญาสิทธิราช มาเป็นระบอบ ประชาธิปไตย มีรัฐธรรมนูญ เป็นกฎหมาย สูงสุด ของประเทศ โดยมีชื่อ ในระยะเริ่มแรก ว่า &quot;กองโฆษณาการ&rdquo; และได้เปลี่ยนชื่อเป็น สำนักงานโฆษณาการ&rdquo; เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2476 และได้มีการพัฒนา ผลงาน มาเป็นลำดับ โดยมี การปรับปรุง และขยาย ความรับผิดชอบ เพิ่มขึ้นทุก ๆ ระยะ ตามความ เจริญ ก้าวหน้า ทางวิชาการ สภาพของสังคม การเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ตลอดจน นโยบายของรัฐบาล ในแต่ละสมัย และเปลี่ยนชื่อมาเป็น &quot;กรมโฆษณาการ&rdquo; เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2483 หลังจากนั้น 12 ปี ได้เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;กรมประชาสัมพันธ์&rdquo; เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2495<br />
3 พฤษภาคม 2476 ตั้งเป็น &quot;กองการโฆษณา&rdquo; โดยพระราชบัญญัติ จัดตั้งกระทรวงและกรม มีฐานะเป็น กรมอิสระ ขึ้นตรงต่อคณะรัฐมนตรี<br />
9 ธันวาคม 2476 เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;สำนักงานโฆษณาการ&rdquo; มีฐานะเป็นกรม หัวหน้าสำนักงาน เทียบเท่าอธิบดี แบ่งส่วนราชการเป็น 3 กอง คือ สำนักงาน เลขานุการกรม กองเผยแพร่ความรู้ และกองหนังสือพิมพ์ โดย ทำหน้าที่ หลัก 3 ประการ คือให้ข่าว และความรู้ แก่ประชาชน เพื่อป้องกัน ความเข้าใจผิด เกี่ยวกับรัฐบาล และประเทศ โดยส่วนรวม<br />
31 มีนาคม 2481 โอนกิจการด้านช่าง และทะเบียนวิทยุ จาก กรมไปรษณีย์ โทรเลข มาขึ้นกับ สำนักงาน โฆษณาการ และมีการตั้ง โฆษณาการเขต ขึ้นเป็นเขตแรก ที่จังหวัด หนองคาย และ ที่จังหวัด พระตะบอง เป็นเขตที่สอง<br />
5 กรกฎาคม 2483 เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;กรมโฆษณาการ&rdquo;และมีการตั้ง กองการ ต่างประเทศ เพิ่มขึ้น เพื่อติดต่อ และ โฆษณาการ เผยแพร่ ข่าวสาร ต่อชาว ต่างประเทศ<br />
4 สิงหาคม 2490 โอนสำนักงาน ส่งเสริมการท่องเที่ยว จากกระทรวงคมนาคม มาขึ้นกับ กรมโฆษณาการ<br />
8 มีนาคม 2495 เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;กรมประชาสัมพันธ์&rdquo; เพื่อให้เหมาะสมกับ ภาระหน้าที่ ในฐานะ แหล่ง การเผยแพร่ นโยบาย และ ผลงาน ของรัฐบาล รวมทั้ง เผยแพร่ ข่าวสาร การเมือง ศีลธรรม วัฒนธรรม ความรู้ และ ความบันเทิง ตลอดจน เป็นสื่อกลาง สร้างความสัมพันธ์ อันดี ระหว่าง รัฐบาล กับ ประชาชนด้วย<br />
พ.ศ. 2497 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยในต่างประเทศ&rdquo; ขึ้นที่ลอนดอน และวอชิงตัน และได้จัดตั้ง กองประชา สัมพันธ์ ภาคพื้นที่ จังหวัด สุราษฎร์ธานี เป็นแห่งแรก ทำหน้าที่ เป็นหน่วยงาน สาขา ของ กรมประชาสัมพันธ์ ในภาคใต้ โดยเฉพาะ<br />
1 มกราคม 2503 โอนสำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวไปรวมกับ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งจัดตั้งขึ้นใหม่ และเพิ่มหน่วยงาน ระดับกอง คือ กองสำรวจประชามติ เพื่อสำรวจ และรับฟัง ความคิดเห็น ของประชาชน<br />
พ.ศ.2503 ได้มีการติดตั้ง &quot;กองประชาสัมพันธ์เขต&quot; ขึ้นที่จังหวัดขอนแก่น ลำปาง และสงขลา เพื่อเป็นหน่วยงานสาขาของกรมประชาสัมพันธ์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ตอนล่าง<br />
20 ตุลาคม 2504 ตั้ง &quot;โรงเรียนการประชาสัมพันธ์&quot; ขึ้นในสังกัดกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อเผยแพร่วิชาความรู้และส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับวิชาการประชาสัมพันธ์ และการติดต่อสื่อสาร<br />
พ.ศ.2513 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยขึ้นที่พนมเปญประเทศเขมร&quot; ปัจจุบันยกเลิกไปแล้ว<br />
21 สิงหาคม 2518 มีพระราชกฤษฎีกา แบ่งส่วนราชการบริหารส่วนกลาง และราชการส่วนภูมิภาค ของกรมประชาสัมพันธ์ใหม่ โดยมีหน่วย ระดับกอง 15 หน่วยงาน<br />
มิถุนายน 2521 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย&quot;<br />
1 มกราคม 2522 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยที่เจดดาห์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย<br />
17 กันยายน 2526 ตั้ง &quot;ศูนย์ประชาสัมพันธ์เขต 4 สุราษฎร์ธานี&quot; เพิ่มขึ้น 1 แห่ง<br />
7 สิงหาคม 2529 มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมประชาสัมพันธ์ ออกเป็นราชการบริหารส่วนกลาง(20หน่วยงาน)และราชการบริหารส่วนภูมิภาค (สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด)โดยเพิ่มหน่วยงานใหม่คือ กองงานคณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ,ศูนย์ประชาสัมพันธ์เขต5-8, และวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ และสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11<br />
วันที่ 26 มีนาคม 2540 มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมประชาสัมพันธ์ โดยแบ่งเป็นราชการบริหารส่วนกลาง 22 หน่วยงานและราชการบริหารส่วนภูมิภาค (สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด 75 จังหวัด)</p>
]]></description>
<enclosure url='https://phichit.prd.go.th/th/file/get/file/20200630569a921378c35e813d988c61b9bf6e10153826.jpg' type='image/jpg' length='63764' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[บทความ (ตัวอย่างข้อมูล)]]></title>
<link>https://phichit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/58</link>
<guid isPermaLink="false">a3217488a94150c665c2338d5bdbc8c1</guid>
<pubDate>Sat, 27 Jun 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://phichit.prd.go.th/cms/s1/u1/Template/logo-footer.png" style="width: 277px; height: 110px;" /></p>

<p>กรมประชาสัมพันธ์เริ่มก่อตั้งเมื่อ 3 พฤษภาคม 2476 ภายหลัง การเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบ สมบูรณาญาสิทธิราช มาเป็นระบอบ ประชาธิปไตย มีรัฐธรรมนูญ เป็นกฎหมาย สูงสุด ของประเทศ โดยมีชื่อ ในระยะเริ่มแรก ว่า &quot;กองโฆษณาการ&rdquo; และได้เปลี่ยนชื่อเป็น สำนักงานโฆษณาการ&rdquo; เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2476 และได้มีการพัฒนา ผลงาน มาเป็นลำดับ โดยมี การปรับปรุง และขยาย ความรับผิดชอบ เพิ่มขึ้นทุก ๆ ระยะ ตามความ เจริญ ก้าวหน้า ทางวิชาการ สภาพของสังคม การเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ตลอดจน นโยบายของรัฐบาล ในแต่ละสมัย และเปลี่ยนชื่อมาเป็น &quot;กรมโฆษณาการ&rdquo; เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2483 หลังจากนั้น 12 ปี ได้เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;กรมประชาสัมพันธ์&rdquo; เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2495<br />
3 พฤษภาคม 2476 ตั้งเป็น &quot;กองการโฆษณา&rdquo; โดยพระราชบัญญัติ จัดตั้งกระทรวงและกรม มีฐานะเป็น กรมอิสระ ขึ้นตรงต่อคณะรัฐมนตรี<br />
9 ธันวาคม 2476 เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;สำนักงานโฆษณาการ&rdquo; มีฐานะเป็นกรม หัวหน้าสำนักงาน เทียบเท่าอธิบดี แบ่งส่วนราชการเป็น 3 กอง คือ สำนักงาน เลขานุการกรม กองเผยแพร่ความรู้ และกองหนังสือพิมพ์ โดย ทำหน้าที่ หลัก 3 ประการ คือให้ข่าว และความรู้ แก่ประชาชน เพื่อป้องกัน ความเข้าใจผิด เกี่ยวกับรัฐบาล และประเทศ โดยส่วนรวม<br />
31 มีนาคม 2481 โอนกิจการด้านช่าง และทะเบียนวิทยุ จาก กรมไปรษณีย์ โทรเลข มาขึ้นกับ สำนักงาน โฆษณาการ และมีการตั้ง โฆษณาการเขต ขึ้นเป็นเขตแรก ที่จังหวัด หนองคาย และ ที่จังหวัด พระตะบอง เป็นเขตที่สอง<br />
5 กรกฎาคม 2483 เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;กรมโฆษณาการ&rdquo;และมีการตั้ง กองการ ต่างประเทศ เพิ่มขึ้น เพื่อติดต่อ และ โฆษณาการ เผยแพร่ ข่าวสาร ต่อชาว ต่างประเทศ<br />
4 สิงหาคม 2490 โอนสำนักงาน ส่งเสริมการท่องเที่ยว จากกระทรวงคมนาคม มาขึ้นกับ กรมโฆษณาการ<br />
8 มีนาคม 2495 เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;กรมประชาสัมพันธ์&rdquo; เพื่อให้เหมาะสมกับ ภาระหน้าที่ ในฐานะ แหล่ง การเผยแพร่ นโยบาย และ ผลงาน ของรัฐบาล รวมทั้ง เผยแพร่ ข่าวสาร การเมือง ศีลธรรม วัฒนธรรม ความรู้ และ ความบันเทิง ตลอดจน เป็นสื่อกลาง สร้างความสัมพันธ์ อันดี ระหว่าง รัฐบาล กับ ประชาชนด้วย<br />
พ.ศ. 2497 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยในต่างประเทศ&rdquo; ขึ้นที่ลอนดอน และวอชิงตัน และได้จัดตั้ง กองประชา สัมพันธ์ ภาคพื้นที่ จังหวัด สุราษฎร์ธานี เป็นแห่งแรก ทำหน้าที่ เป็นหน่วยงาน สาขา ของ กรมประชาสัมพันธ์ ในภาคใต้ โดยเฉพาะ<br />
1 มกราคม 2503 โอนสำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวไปรวมกับ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งจัดตั้งขึ้นใหม่ และเพิ่มหน่วยงาน ระดับกอง คือ กองสำรวจประชามติ เพื่อสำรวจ และรับฟัง ความคิดเห็น ของประชาชน<br />
พ.ศ.2503 ได้มีการติดตั้ง &quot;กองประชาสัมพันธ์เขต&quot; ขึ้นที่จังหวัดขอนแก่น ลำปาง และสงขลา เพื่อเป็นหน่วยงานสาขาของกรมประชาสัมพันธ์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ตอนล่าง<br />
20 ตุลาคม 2504 ตั้ง &quot;โรงเรียนการประชาสัมพันธ์&quot; ขึ้นในสังกัดกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อเผยแพร่วิชาความรู้และส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับวิชาการประชาสัมพันธ์ และการติดต่อสื่อสาร<br />
พ.ศ.2513 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยขึ้นที่พนมเปญประเทศเขมร&quot; ปัจจุบันยกเลิกไปแล้ว<br />
21 สิงหาคม 2518 มีพระราชกฤษฎีกา แบ่งส่วนราชการบริหารส่วนกลาง และราชการส่วนภูมิภาค ของกรมประชาสัมพันธ์ใหม่ โดยมีหน่วย ระดับกอง 15 หน่วยงาน<br />
มิถุนายน 2521 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย&quot;<br />
1 มกราคม 2522 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยที่เจดดาห์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย<br />
17 กันยายน 2526 ตั้ง &quot;ศูนย์ประชาสัมพันธ์เขต 4 สุราษฎร์ธานี&quot; เพิ่มขึ้น 1 แห่ง<br />
7 สิงหาคม 2529 มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมประชาสัมพันธ์ ออกเป็นราชการบริหารส่วนกลาง(20หน่วยงาน)และราชการบริหารส่วนภูมิภาค (สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด)โดยเพิ่มหน่วยงานใหม่คือ กองงานคณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ,ศูนย์ประชาสัมพันธ์เขต5-8, และวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ และสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11<br />
วันที่ 26 มีนาคม 2540 มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมประชาสัมพันธ์ โดยแบ่งเป็นราชการบริหารส่วนกลาง 22 หน่วยงานและราชการบริหารส่วนภูมิภาค (สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด 75 จังหวัด)</p>
]]></description>
<enclosure url='https://phichit.prd.go.th/th/file/get/file/202006302537debf5daaf74a069952aed1e24a94153856.jpg' type='image/jpg' length='74896' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[บทความ (ตัวอย่างข้อมูล)]]></title>
<link>https://phichit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/59</link>
<guid isPermaLink="false">7babfebcacbbf4b292f70a4fed62ff1b</guid>
<pubDate>Sat, 27 Jun 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://phichit.prd.go.th/cms/s1/u1/Template/logo-footer.png" style="width: 277px; height: 110px;" /></p>

<p>กรมประชาสัมพันธ์เริ่มก่อตั้งเมื่อ 3 พฤษภาคม 2476 ภายหลัง การเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบ สมบูรณาญาสิทธิราช มาเป็นระบอบ ประชาธิปไตย มีรัฐธรรมนูญ เป็นกฎหมาย สูงสุด ของประเทศ โดยมีชื่อ ในระยะเริ่มแรก ว่า &quot;กองโฆษณาการ&rdquo; และได้เปลี่ยนชื่อเป็น สำนักงานโฆษณาการ&rdquo; เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2476 และได้มีการพัฒนา ผลงาน มาเป็นลำดับ โดยมี การปรับปรุง และขยาย ความรับผิดชอบ เพิ่มขึ้นทุก ๆ ระยะ ตามความ เจริญ ก้าวหน้า ทางวิชาการ สภาพของสังคม การเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ตลอดจน นโยบายของรัฐบาล ในแต่ละสมัย และเปลี่ยนชื่อมาเป็น &quot;กรมโฆษณาการ&rdquo; เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2483 หลังจากนั้น 12 ปี ได้เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;กรมประชาสัมพันธ์&rdquo; เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2495<br />
3 พฤษภาคม 2476 ตั้งเป็น &quot;กองการโฆษณา&rdquo; โดยพระราชบัญญัติ จัดตั้งกระทรวงและกรม มีฐานะเป็น กรมอิสระ ขึ้นตรงต่อคณะรัฐมนตรี<br />
9 ธันวาคม 2476 เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;สำนักงานโฆษณาการ&rdquo; มีฐานะเป็นกรม หัวหน้าสำนักงาน เทียบเท่าอธิบดี แบ่งส่วนราชการเป็น 3 กอง คือ สำนักงาน เลขานุการกรม กองเผยแพร่ความรู้ และกองหนังสือพิมพ์ โดย ทำหน้าที่ หลัก 3 ประการ คือให้ข่าว และความรู้ แก่ประชาชน เพื่อป้องกัน ความเข้าใจผิด เกี่ยวกับรัฐบาล และประเทศ โดยส่วนรวม<br />
31 มีนาคม 2481 โอนกิจการด้านช่าง และทะเบียนวิทยุ จาก กรมไปรษณีย์ โทรเลข มาขึ้นกับ สำนักงาน โฆษณาการ และมีการตั้ง โฆษณาการเขต ขึ้นเป็นเขตแรก ที่จังหวัด หนองคาย และ ที่จังหวัด พระตะบอง เป็นเขตที่สอง<br />
5 กรกฎาคม 2483 เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;กรมโฆษณาการ&rdquo;และมีการตั้ง กองการ ต่างประเทศ เพิ่มขึ้น เพื่อติดต่อ และ โฆษณาการ เผยแพร่ ข่าวสาร ต่อชาว ต่างประเทศ<br />
4 สิงหาคม 2490 โอนสำนักงาน ส่งเสริมการท่องเที่ยว จากกระทรวงคมนาคม มาขึ้นกับ กรมโฆษณาการ<br />
8 มีนาคม 2495 เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;กรมประชาสัมพันธ์&rdquo; เพื่อให้เหมาะสมกับ ภาระหน้าที่ ในฐานะ แหล่ง การเผยแพร่ นโยบาย และ ผลงาน ของรัฐบาล รวมทั้ง เผยแพร่ ข่าวสาร การเมือง ศีลธรรม วัฒนธรรม ความรู้ และ ความบันเทิง ตลอดจน เป็นสื่อกลาง สร้างความสัมพันธ์ อันดี ระหว่าง รัฐบาล กับ ประชาชนด้วย<br />
พ.ศ. 2497 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยในต่างประเทศ&rdquo; ขึ้นที่ลอนดอน และวอชิงตัน และได้จัดตั้ง กองประชา สัมพันธ์ ภาคพื้นที่ จังหวัด สุราษฎร์ธานี เป็นแห่งแรก ทำหน้าที่ เป็นหน่วยงาน สาขา ของ กรมประชาสัมพันธ์ ในภาคใต้ โดยเฉพาะ<br />
1 มกราคม 2503 โอนสำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวไปรวมกับ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งจัดตั้งขึ้นใหม่ และเพิ่มหน่วยงาน ระดับกอง คือ กองสำรวจประชามติ เพื่อสำรวจ และรับฟัง ความคิดเห็น ของประชาชน<br />
พ.ศ.2503 ได้มีการติดตั้ง &quot;กองประชาสัมพันธ์เขต&quot; ขึ้นที่จังหวัดขอนแก่น ลำปาง และสงขลา เพื่อเป็นหน่วยงานสาขาของกรมประชาสัมพันธ์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ตอนล่าง<br />
20 ตุลาคม 2504 ตั้ง &quot;โรงเรียนการประชาสัมพันธ์&quot; ขึ้นในสังกัดกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อเผยแพร่วิชาความรู้และส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับวิชาการประชาสัมพันธ์ และการติดต่อสื่อสาร<br />
พ.ศ.2513 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยขึ้นที่พนมเปญประเทศเขมร&quot; ปัจจุบันยกเลิกไปแล้ว<br />
21 สิงหาคม 2518 มีพระราชกฤษฎีกา แบ่งส่วนราชการบริหารส่วนกลาง และราชการส่วนภูมิภาค ของกรมประชาสัมพันธ์ใหม่ โดยมีหน่วย ระดับกอง 15 หน่วยงาน<br />
มิถุนายน 2521 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย&quot;<br />
1 มกราคม 2522 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยที่เจดดาห์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย<br />
17 กันยายน 2526 ตั้ง &quot;ศูนย์ประชาสัมพันธ์เขต 4 สุราษฎร์ธานี&quot; เพิ่มขึ้น 1 แห่ง<br />
7 สิงหาคม 2529 มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมประชาสัมพันธ์ ออกเป็นราชการบริหารส่วนกลาง(20หน่วยงาน)และราชการบริหารส่วนภูมิภาค (สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด)โดยเพิ่มหน่วยงานใหม่คือ กองงานคณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ,ศูนย์ประชาสัมพันธ์เขต5-8, และวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ และสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11<br />
วันที่ 26 มีนาคม 2540 มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมประชาสัมพันธ์ โดยแบ่งเป็นราชการบริหารส่วนกลาง 22 หน่วยงานและราชการบริหารส่วนภูมิภาค (สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด 75 จังหวัด)</p>
]]></description>
<enclosure url='https://phichit.prd.go.th/th/file/get/file/20200630575a0e0de5a669392530b24a2576fec4153756.jpg' type='image/jpg' length='58792' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[บทความ (ตัวอย่างข้อมูล)]]></title>
<link>https://phichit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/60</link>
<guid isPermaLink="false">be4ee2e112c235b6488ac6a0d060a27e</guid>
<pubDate>Sat, 27 Jun 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://phichit.prd.go.th/cms/s1/u1/Template/logo-footer.png" style="width: 277px; height: 110px;" /></p>

<p>กรมประชาสัมพันธ์เริ่มก่อตั้งเมื่อ 3 พฤษภาคม 2476 ภายหลัง การเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบ สมบูรณาญาสิทธิราช มาเป็นระบอบ ประชาธิปไตย มีรัฐธรรมนูญ เป็นกฎหมาย สูงสุด ของประเทศ โดยมีชื่อ ในระยะเริ่มแรก ว่า &quot;กองโฆษณาการ&rdquo; และได้เปลี่ยนชื่อเป็น สำนักงานโฆษณาการ&rdquo; เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2476 และได้มีการพัฒนา ผลงาน มาเป็นลำดับ โดยมี การปรับปรุง และขยาย ความรับผิดชอบ เพิ่มขึ้นทุก ๆ ระยะ ตามความ เจริญ ก้าวหน้า ทางวิชาการ สภาพของสังคม การเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ตลอดจน นโยบายของรัฐบาล ในแต่ละสมัย และเปลี่ยนชื่อมาเป็น &quot;กรมโฆษณาการ&rdquo; เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2483 หลังจากนั้น 12 ปี ได้เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;กรมประชาสัมพันธ์&rdquo; เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2495<br />
3 พฤษภาคม 2476 ตั้งเป็น &quot;กองการโฆษณา&rdquo; โดยพระราชบัญญัติ จัดตั้งกระทรวงและกรม มีฐานะเป็น กรมอิสระ ขึ้นตรงต่อคณะรัฐมนตรี<br />
9 ธันวาคม 2476 เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;สำนักงานโฆษณาการ&rdquo; มีฐานะเป็นกรม หัวหน้าสำนักงาน เทียบเท่าอธิบดี แบ่งส่วนราชการเป็น 3 กอง คือ สำนักงาน เลขานุการกรม กองเผยแพร่ความรู้ และกองหนังสือพิมพ์ โดย ทำหน้าที่ หลัก 3 ประการ คือให้ข่าว และความรู้ แก่ประชาชน เพื่อป้องกัน ความเข้าใจผิด เกี่ยวกับรัฐบาล และประเทศ โดยส่วนรวม<br />
31 มีนาคม 2481 โอนกิจการด้านช่าง และทะเบียนวิทยุ จาก กรมไปรษณีย์ โทรเลข มาขึ้นกับ สำนักงาน โฆษณาการ และมีการตั้ง โฆษณาการเขต ขึ้นเป็นเขตแรก ที่จังหวัด หนองคาย และ ที่จังหวัด พระตะบอง เป็นเขตที่สอง<br />
5 กรกฎาคม 2483 เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;กรมโฆษณาการ&rdquo;และมีการตั้ง กองการ ต่างประเทศ เพิ่มขึ้น เพื่อติดต่อ และ โฆษณาการ เผยแพร่ ข่าวสาร ต่อชาว ต่างประเทศ<br />
4 สิงหาคม 2490 โอนสำนักงาน ส่งเสริมการท่องเที่ยว จากกระทรวงคมนาคม มาขึ้นกับ กรมโฆษณาการ<br />
8 มีนาคม 2495 เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;กรมประชาสัมพันธ์&rdquo; เพื่อให้เหมาะสมกับ ภาระหน้าที่ ในฐานะ แหล่ง การเผยแพร่ นโยบาย และ ผลงาน ของรัฐบาล รวมทั้ง เผยแพร่ ข่าวสาร การเมือง ศีลธรรม วัฒนธรรม ความรู้ และ ความบันเทิง ตลอดจน เป็นสื่อกลาง สร้างความสัมพันธ์ อันดี ระหว่าง รัฐบาล กับ ประชาชนด้วย<br />
พ.ศ. 2497 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยในต่างประเทศ&rdquo; ขึ้นที่ลอนดอน และวอชิงตัน และได้จัดตั้ง กองประชา สัมพันธ์ ภาคพื้นที่ จังหวัด สุราษฎร์ธานี เป็นแห่งแรก ทำหน้าที่ เป็นหน่วยงาน สาขา ของ กรมประชาสัมพันธ์ ในภาคใต้ โดยเฉพาะ<br />
1 มกราคม 2503 โอนสำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวไปรวมกับ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งจัดตั้งขึ้นใหม่ และเพิ่มหน่วยงาน ระดับกอง คือ กองสำรวจประชามติ เพื่อสำรวจ และรับฟัง ความคิดเห็น ของประชาชน<br />
พ.ศ.2503 ได้มีการติดตั้ง &quot;กองประชาสัมพันธ์เขต&quot; ขึ้นที่จังหวัดขอนแก่น ลำปาง และสงขลา เพื่อเป็นหน่วยงานสาขาของกรมประชาสัมพันธ์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ตอนล่าง<br />
20 ตุลาคม 2504 ตั้ง &quot;โรงเรียนการประชาสัมพันธ์&quot; ขึ้นในสังกัดกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อเผยแพร่วิชาความรู้และส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับวิชาการประชาสัมพันธ์ และการติดต่อสื่อสาร<br />
พ.ศ.2513 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยขึ้นที่พนมเปญประเทศเขมร&quot; ปัจจุบันยกเลิกไปแล้ว<br />
21 สิงหาคม 2518 มีพระราชกฤษฎีกา แบ่งส่วนราชการบริหารส่วนกลาง และราชการส่วนภูมิภาค ของกรมประชาสัมพันธ์ใหม่ โดยมีหน่วย ระดับกอง 15 หน่วยงาน<br />
มิถุนายน 2521 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย&quot;<br />
1 มกราคม 2522 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยที่เจดดาห์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย<br />
17 กันยายน 2526 ตั้ง &quot;ศูนย์ประชาสัมพันธ์เขต 4 สุราษฎร์ธานี&quot; เพิ่มขึ้น 1 แห่ง<br />
7 สิงหาคม 2529 มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมประชาสัมพันธ์ ออกเป็นราชการบริหารส่วนกลาง(20หน่วยงาน)และราชการบริหารส่วนภูมิภาค (สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด)โดยเพิ่มหน่วยงานใหม่คือ กองงานคณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ,ศูนย์ประชาสัมพันธ์เขต5-8, และวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ และสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11<br />
วันที่ 26 มีนาคม 2540 มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมประชาสัมพันธ์ โดยแบ่งเป็นราชการบริหารส่วนกลาง 22 หน่วยงานและราชการบริหารส่วนภูมิภาค (สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด 75 จังหวัด)</p>
]]></description>
<enclosure url='https://phichit.prd.go.th/th/file/get/file/20200630889d9bc9a6e3a6127248eebddeb8286e153929.jpg' type='image/jpg' length='63199' />
</item>
</channel>
</rss>
